“ต้นการบูรนี้คือเทพธิดาที่คอยเฝ้าดูพฤติกรรมของผู้คนมาหลายร้อยปี”
รีวิว เทพธิดาต้นการบูร ฉบับลืมเล่มแรกสิ้น ภาคต่อของ ‘ผู้พิทักษ์ต้นการบูร’ ช่วยสื่อความคิดถึงถึงครอบครัวที่คงความอบอุ่นไว้เช่นเดิม
เรื่องย่อ เทพธิดาต้นการบูร

เล่มนี้ยังมีตัวละคร “เรโตะ” ผู้พิทักษ์ศาลเจ้าการบูรเช่นเดิม เหมือนภาคแรกสืบเรื่องของคนที่มาขอพรมั้ง ถ้าจำไม่ผิด ครั้งนี้ เรโตะ ดันมาพัวพันกับคดีปล้นชิงทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย
อย่างไรก็ตาม คดีต้นเรื่องดูเหมือนจะเป็นแค่ส่วนเสริม ฮ่า ๆ ที่อัดมาเพื่อดำเนินเรื่องที่แสนจะอบอุ่นใจ เรโตะ พบ “ยูกินะ” สาววัยรุ่นที่มาฝากขายบทกวีที่ศาลเจ้า
พร้อมกับบังเอิญเจอกับเด็กหนุ่มอีกคน “โมโตยะ” ที่เป็นโรคสมองเสื่อมอย่างรุนแรง จำเรื่องต่าง ๆ ได้เพียงหนึ่งวัน โมโตยะชื่นชอบการวาดภาพมาก เป็นสิ่งที่ชอบพอ ๆ กับหนังโปรดอย่าง Star war
แต่เด็กทั้งสองดูเหมือนจะเชื่อมโยงกัน แม้ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน เกริ่นประมาณนี้ให้แฟนคลับลุงเคโงะ หรือใครที่สนใจงานฟีลกู๊ดอบอุ่นใจไปตามอ่านกัน

ความรู้สึกหลังอ่าน
อารมณ์แรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ คิดถึงอ. เคโงะ ได้มาอ่านงานเขียนแกอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน (ตามอ่านไม่ทัน) อ่านตั้งแต่เปิดเพจนี้ใหม่ ๆ ความลับของเคโงะน่าอยู่ในลิสต์รีวิว 10 เล่มแรก
โดยอ. เคโงะ เพิ่มมิติการตีความใหม่ให้ “เทพธิดาต้นการบูร” ที่ต่างจากผู้พิทักษ์ต้นการบูรเล่มแรกที่เราจะคิดว่าต้นการบูรเป็นตัวแทนของสถานที่ เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ขนาดใหญ่ที่ต้องไปขอพร
แต่ในเล่มนี้ต้นการบูรกับนำเสนอด้วยรูปลักษณ์ที่ต่างออกไป กลายเป็นคนที่คอยฮีลใจผู้อื่นผ่านคำพูดการกระทำหรือบทกวีที่เธอเขียนก็ตาม จนถูกขนาดนามว่าเทพธิดาต้นการบูรแทนนั่นเอง
หนึ่งในคำพูดตัวละครที่ชอบ “คำเล่าขานก็คล้าย ๆ กับการเสี่ยงเซียมซีหรือดูดวง แค่เชื่อเฉพาะสิ่งที่ดีต่อตัวเองก็พอแต่ถ้าความปรารถนากลายเป็นจริงได้ก็ดี ผมตั้งใจจะอธิษฐานเต็มที่เลยไม่ว่าจะกับต้นการบูรหรืออะไรก็เถอะ“
แก่นหลักของเรื่องคงเป็นการพูดถึง “การอยู่กับปัจจุบัน” ทิ้งอดีตที่แสนเจ็บปวดที่เคยลวดร้าวและไม่มองไปถึงอนาคตภายหน้าที่ไกลเกินไป ใส่ใจกับวันนี้ทำมันให้ดีที่สุดเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า
” อนาคตไม่สำคัญแล้ว
ไม่ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่สำคัญ
สิ่งสำคัญคือปัจจุบันต่างหาก
ซึ่งสำคัญยิ่งกว่าการล่วงรู้อนาคตคือรู้อยู่ว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร
ตอนนี้เจ้ามีชีวิตอยู่แม้จะไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข แต่เจ้าก็มีชีวิตอยู่ ”
นอกจากประเด็นหลัก อาจารย์เคโงแกจะแฝงอีกข้อคิดเกี่ยวกับบาดแผลคนไข้สมองเสื่อม โดยในเล่มนี้จะมีตัวละครอีกที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับสมอง มีปัญหาผิดปกติด้านความทรงจำ ไม่สามารถบันทึกเรื่องราวของเมื่อวานและไม่รู้ถึงแผนการในอนาคตเลย พวกเขาจึงจำเป็นต้องอยู่กับปัจจุบัน จดจำด้วยไดอารี่ แม้ความทรงจำเราจะหายไป แต่วินาทีนี้พวกเขายังรู้ตัวอยู่
จงสำนึกและขอบคุณที่เจ้ายังมีตัวตนอยู่ในตอนนี้
แล้วเจ้าจะเลิกสนใจอดีตและเลิกกังวลกับอนาคต

“เทพธิดาต้นการบูร” เหมาะแก่การเป็นหมอนนุ่ม ยาฮีลใจ สำหรับหลายคนที่ท้อแท้มองไม่เห็นอนาคต แม้วันพรุ่งนี้ก็ไม่รู้ นั้นลองหันกลับมาอยู่กับวินาทีนี้ดูสิ
ถึงอย่างไรแก่นแท้ที่เรื่องนี้พูดถึงก็เป็นความจริง แล้วนำเรื่องราวมาเรียบเรียงให้อบอุ่นน่าติดตามยิ่งขึ้น รู้สึกตราตรึงใจกับการตัดสินใจของตัวละครในช่วงท้ายเรื่องมาก ถือเป็นบทสรุปที่จบบริบูรณ์ ขอให้ไปที่ 4.5 ดาว⭐
ผู้เขียน: ฮิงาชิโนะ เคโงะ
ผู้แปล เมธี ธรรมพิภพ
สำนักพิมพ์: Bibli
Leave a comment