คิดแบบไทโด เทคนิคจากนักศึกษา Top 1% ของญี่ปุ่น

ทำไมบางคนถึงเก่งฉลาด ดูหัวดีกว่าคนทั่วไป ทั้ง ๆ ที่เรียนด้วยเนื้อหาเดียวกัน อยู่ในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกัน

เจาะลึกสมองคนหัวดีคิดยังไง? พัฒนาวิธีคิดแบบไหน? เพราะสิ่งเหล่านี้อยู่ที่การฝึกฝนไม่เกี่ยวกับพรสวรรค์

ทุกคนสามารถหัวดีได้
เพราะนิยามหัวดี เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากความพยายาม

Photo by meijii on Pexels.com

5 วิธีแบบฉบับคนหัวดี นักศึกษาโทได

  1. จำแบบไม่ต้องจำ
  2. สรุปเรื่องได้ดี
  3. สื่อสารกับผู้อื่นแล้วเข้าใจ
  4. คิดไอเดียแปลกแหวกแนว
  5. แก้ปัญหาซับซ้อนได้

เริ่มต้นฝึกฝนวิธีคิดแบบคนเก่งขั้นเทพด้วย “พลังแห่งการสังเกต” ทำความเข้าใจเบื้องหลังสิ่งต่าง ๆ ตีความให้ลึกขึ้นกว่าเดิม คอยเฝ้าถามตัวเองอยู่เสมอ Why why why ทำไมต้องเป็นเช่นนั้น เช่นนี้ ไม่สนว่าจะหาคำตอบได้หรือไม่ มุ่งเป้าไปที่คำถามมากกว่าคำตอบที่ถูกต้อง

เนื่องจากความรู้ล้วนมาจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะจาก.. อดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตก็ตาม

  • แรงโน้มถ่วง
  • วงรอบการโคจรของดวงเคราะห์
  • ระบบนับเวลา
  • เครื่องบิน
  • AI ปัญญาประดิษฐ์

จำแบบไม่ต้องจำ

คนหัวดี ไม่ได้มีความจำดีเสมอไป แต่เพราะพวกเขามีมุมมองต่อความจำที่แตกต่าง แบ่งเรื่องที่เรียนรู้เป็นเรื่องที่จำง่ายและจำยาก และพวกเขามักใช้วิธีจำแบบไม่ต้องท่องจำ

ตัวอย่างเช่น การจำศัพท์คำว่า United แปลว่า รวมกัน ในมุมมองจากพวกหัวดีศึกษาจากรากศัพท์ Uni- เป็นว่า หนึ่ง หรือเข้าใจจากชื่อประเทศ USA (United States of America)

เพราะการเพิ่มความเชื่อมโยงให้กับสิ่งต่าง ๆ จะช่วยลดปริมาณข้อมูลที่ต้องจำได้

หรือประโยชน์จากการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระเบียบด้วย “การคิดแบบมีเหตุผล” เข้าใจสิ่งนี้เกิดได้เพราะมีสิ่งนั้น ซึ่งหากเราเข้าใจแก่นแท้ก็แทบไม่ต้องจำ

สรุปเรื่องยากให้เข้าใจง่าย

โดยนักเรียนเก่ง ๆ มักจะมีคำพูดติดปากว่า “สรุปก็คือ” เพื่อรีแคปสิ่งที่พูดอธิบายให้ผู้ฟังเข้าใจอีกครั้งว่าทั้งหมดที่พูดไปนั้น หมายถึงอะไรภายในไม่กี่คำหรือ

ซึ่งทักษะการสรุปถือเป็นทักษะสำคัญโดยแท้ แม้ AI จะทำได้ดีแต่ยังเทียบไม่ได้เท่ากับมนุษย์สรุปให้กับมนุษย์ฟัง

  • ยิ่งค้นหา Keyword ได้ไว ยิ่งสรุปได้ดี เปิดโอกาสเข้าใจสิ่งต่าง ๆ เร็วขึ้น

การฝึกฝนการสรุป

  1. เข้าใจว่าทุกอย่างมี ‘ต้นน้ำ’ เสมอ เปรียบดั่งผลที่ย่อมมีเหตุ พร้อมลิสต์โครงสร้างเนื้อหาก่อนเริ่มสรุป
  2. ทำความเข้าใจศัพท์เฉพาะ หรือคำจำกัดความ
  3. ผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่ตามมามีอะไรบ้าง

อธิบายง่าย ๆ ใครก็เก็ทตาม

เริ่มด้วยตั้งเป้าหมายในการสื่อสาร ทำความรู้จักว่า ผู้ฟังเป็นใคร ปรับรูปแบบให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ยกอย่างในสิ่งที่ผู้ฟังมีอารมณ์ร่วมตามหรือรู้จักคุ้นเคย

“สิ่งสำคัญคือการตั้งเป้าหมานชัดเจน ไม่ใช่สนใจแต่วิธีการ”

การอธิบายมักจะใช้กลเม็ดเปรียบเทียบให้ภาพ อาทิ การลงทุนเปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้ ส่วนการจัดพอร์ตลงทุนก็อาจจะคล้ายกับการจัดทีมฟุตบอล ที่มีทั้งกองหน้ารุกเร็ว(ลงทุนเสี่ยงสูง) กองกลางประครอง(สินทรพย์เสี่ยงปานกลาง) และกองหลังรักษาเกมรับ(ลงทุนแบบเสี่ยงต่ำ)

“การคิดว่ามนุษย์นั้นโง่เขลาจะช่วยให้เราอธิบายได้เก่งขึ้น” เป็นเทคนิคแบบกำปั้นทุบดิน เมื่อเราต้องอธิบายให้คนอื่น ๆ โดยคิดก่อนว่าผู้ฟังไม่มีความรู้นั้น ๆ เลยเท่ากับศูนย์ ดังนั้นเราจึงต้องเล่าปูเรื่องตั้งแต่พื้นฐาน

คิดไอเดียแปลก ๆ ที่คนนึกไม่ถึง

ญี่ปุ่นสมัยก่อนมีการพูดถึง คนหัวดีว่าพวกเขานั้น “ได้ยินแค่หนึ่งก็รู้ถึงสิบ” ที่ถ้าได้ยินเนื้อหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็สามารถแตกแยกมุมมองแบบอื่น ๆ ได้อีก 10 แบบ ซึ่งถือเป็นทักษะช่วยเพิ่มมุมมองต่อสิ่งต่าง ๆ ได้ราวกับสมองสิบอันที่เสริมไอเดียใหม่ ๆ ตลอดเวลา

วิธีพัฒนาการคิด 10 แบบต่อ 1 เนื้อหา

  • ละทิ้งกรอบคิดแบบอคติเดิม ไม่ตีตราความหมายเดียว
  • มองโลกสองด้าน เข้าใจทั้งดำ-ขาว
  • มองให้ทะลุทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง
  • ถกเถียงกับตัวเองในหัว คิดแบบยืดหยุ่น ไม่ยึดติดแนวคิดใดแนวคิดหนึ่ง

แก้ไขปัญหาอย่างราบลื่น

หากไม่เข้าใจโจทย์ก็หาคำตอบไม่เจอหรอก สิ่งที่ต้องรู้ก่อนแก้ปัญหา คือ “เบาะแส” นั้นเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจองค์รวมก่อนเริ่มวิเคราะห์หรือหาคำตอบใดใด

คนหัวดีนั้นมองแบบปลีกย่อยกับเห็นภาพรวมอย่างอิสระ พวกเขาสามารถเชื่อมโยงภาพเล็กและภาพใหญ่ได้อย่างไร้รอยต่อ เปรียบแล้วเหมือนเดินป่าโดยโฟกัสทีละทีจุด เห็นต้นไม้แต่ละต้น แต่ก็รู้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนจุดไหนในป่าอันกว้างใหญ่อีกด้วย

Photo by Mesut Yalu00e7u0131n on Pexels.com

ซึ่งการสับเปลี่ยนวิธีมองภาพเล็กและภาพใหญ่อย่างอิสระเชื่อมโยงกับทักษะอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการคิดแบบต้นน้ำ การคิดแบบรู้เป้าหมาย การคิดเข้าใจเบื้องหลังอีกด้วย

และเมื่อเข้าใจทั้งภาพเล็กและภาพใหญ่ คุณจะกลายเป็นผู้เข้าใจแก่นแท้ แล้วจะทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนหรือกระทั่งการดำเนินชีวิตได้


“คนหัวดีเป็นผลลัพธ์จากการฝึก”

ผู้เขียนเน้นย้ำถึง 2 สิ่งที่สำคัญตลอดทั้งเล่ม

  1. พลังฮาคิสังเกต ที่จะช่วยยกระดับคุณในด้านต่าง ๆ ของชีวิต ทั้งการเรียน การทำงาน หรือการผูกสัมพันธ์กับผู้คน
  2. การพัฒนาตัวในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเก่งหรือกากมาก่อน ถ้ายึดมั่นใจในชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ก็เปลี่ยนแปลงได้ ค่อย ๆ เรียนรู้วันละนิด

เพราะการเรียนไม่ใช่แค่เรื่องน่าเบื่อ แต่การเรียน=การดำเนินชีวิต อย่างสนุกสนาน

อ่านเล่มนี้แล้วเข้าใจกรอบแนวคิดที่เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น ช่วยให้สามารถฝึกฝนการคิดในชีวิตประจำวันผ่านหลักการต่าง ๆ จากผู้เขียน เช่น การฝึกการสังเกต ฝึกการสรุปเนื้อหา

ชื่อหนังสือ: คิดแบบโทได
ผู้เขียน: Nishioka Issei (นิชิโอกะ อิสเซ)
ผู้แปล: ภัทรวรรณ ศรประพันธ์
สำนักพิมพ์: WeLearn

Leave a comment