” เทคนิคการตอบโต้ไม่ต่างจากการเตะบอลรับส่งไปมา ฉะนั้นเราต้องส่งบอลกลับไปหาคู่สนทนาด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง “
การพูดที่ดีนั้นเป็น ทั้งศาสตร์และศิลป์ในตัว บางครั้งก็สามารถท่องจำเอามาใช้ได้เลย บางทีก็ต้องอาศัยการพลิกแพลงเพื่อให้การพูดไหลลื่นและประสบความสำเร็จ
หนังสือการพูดนั้นมีมากมายหลากหลาย แต่เล่มที่สอนหลักการ มีตัวอย่าง ถ่ายทอดจนเห็นภาพเหมาะกับนำไปใช้จริงคือ…เล่มนี้ !!
อ. Kiyama ศาสตราประจำคณะนิติศาสตร์ ทนายความมืออาชีพจะมาถ่ายทอดวิธีการสื่อสาร เจรจายังไงให้ได้เปรียบ ตอบโต้ให้ทันท่วงที เถียงอย่างไรให้ชนะ โดยเราจะได้รู้จักหลากหลายวิธีและนำไปปรับใช้ เปลี่ยนเราให้เป็นนักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพขึ้นยิ่งกว่าเดิม
ซึ่งผู้เขียนเองเน้นย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกเทคนิคนะครับถ้าเจอตัวอย่างที่คิดว่าน่าจะใช้ได้ก็ลองนำ ไปหัดใช้ดูตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย

ส่วนที่ชอบในเล่มนี้คือตัวอย่างที่ทำให้เราเห็นว่าการจะนำศาสตร์มาใช้ผสมกับศิลป์ ทำให้พูดแล้วได้ผลตามที่ต้องการนั้นทำยังไง !! เล่าหลักการที่ดูเป็นนามธรรมพร้อมรูปประกอบให้จับต้องเป็นรูปธรรมง่ายยิ่งขึ้น
จริง ๆ แล้วคือ…
โดยทั่วไปแล้วมนุษย์เราก็โต้เถียงกันเป็นปกติอยู่ในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยากเหนือกว่าหรืออยากได้เปรียบคู่สนทนาเราต้องพาเขาไปดูถึงนิยามตั้งต้นที่เราโต้เถียงกัน
เริ่มจากการใช้คำพูดประมาณว่า (จริง ๆ แล้วมันคืออะไร ? ) หากเขาตอบได้จะทำให้การสนทนาดำเนินต่อไปแต่หากเขาตอบไม่ได้จะกลับกลายเป็นว่าคู่สนทนาเองที่บกพร่องทางด้านข้อมูล
ตัวอย่างคำพูดเช่น อันนี้หมายความว่ายังไงนะครับ, เขามีวิธีคิดยังไงนะครับ, หมายความว่าอย่างนี้ใช่ไหมครับ รวมถึงใช้นิยามเฉพาะความซึ่งเป็นบททดสอบความเข้าใจของผู้สนทนา
ลองอธิบายอีกทีสิ
ในบางสถานการณ์เราอาจจะเจอประเด็นที่ซับซ้อนหรือผู้พูดที่พูดถ่ายทอดมาอย่างรวดเร็วจนเราตามไม่ทัน
ฉะนั้นอย่ากลัวที่จะให้เขาอธิบายอีกครั้ง ได้ใช้โอกาสในการตรวจสอบรายละเอียดความเข้าใจของเรา และลองหาจุดอ่อนเพื่อโต้แย้งกลับคืน
ระบุปัญหาแท้จริง
หนึ่งในสาเหตุหลักที่จะทำให้เรา พ่ายแพ้ในการ โต้เถียงหรือโต้แย้งประเด็นต่างๆ คือ หลงประเด็น แล้วติดอยู่ในวังวนของข้อมูลหรือรายละเอียดที่มากเกินไป
ลองถอยออกมาก้าวนึง แล้วถามกลับไปว่า ประเด็นปัญหามันคืออย่างนี้สิครับ จะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของการสนทนา คอยเจาะไปที่แกนกลางของแก่นการสนทนาได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังเปลี่ยนทิศทางของคนเกิดเวลาได้ เป็นการตีกลับมาให้เราได้เปรียบอีกครั้งในการสนทนา
แต่หากเราอยากใช้ลูกเล่นในการเปลี่ยนเรื่องคุยซะเองก็ลองใช้ประโยคที่ว่า “ว่าแต่..แล้วเปลี่ยนเรื่องเอง” หรือ “นั่นก็ดูเหมือนจะใช่นะครับ แต่ผมคิดว่า… ” จะสามารถเลี่ยงเรื่องที่เราเสียเปรียบ หรือไม่ถนัดไปสู่เรื่องอื่นที่เราได้เปรียบกว่าได้
คำชมกระชับมิตร
การโต้เถียงใช่ว่าจะเป็นเรื่องไม่ดีเสมอไปเราอาจใช้มันเพื่อผูกมิตรก็ได้ แทนที่จะหาความได้เปรียบหรือเอาชนะเพียงอย่างเดียวในการสนทนา
เราลองชมความกระตือรือร้นของผู้สนทนา เช่นขยันตรวจรายละเอียดดีนะครับ, คุณนี่มีความมุ่งมั่นจริงเลย, ผมเห็นแล้วน่าเอาเป็นแบบอย่างจริง ๆ บ้าง
การมุ่งชมที่กระบวนการของคู่สนทนาจะทำให้เขารู้สึกพอใจ ช่วยทำให้เราพึงพอใจทั้งสองฝ่าย
ถอยตอนที่เริ่มมีอารมณ์
แต่สุดท้ายแล้วหากการสนทนาเต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรงและยืดเยื้อจนเกินไป
อย่าลืมสุดยอดเทคนิคนี้ ‘ปล่อยผ่านไปเถอะ’ เลิกตอบ เลิกแย้งเลิกเถียง เพราะหากใช้อารมณ์เป็นหลักมากเกินไป จะกลายเป็นว่าผู้พูดนั้นสูญเสียความน่าเชื่อถือ
ลองถอยกลับมาตั้งหลัก เพราะการเป็นผู้ชนะในบทสนทนาด้วยอารมณ์นั้นไม่ใช่ความว่าภูมิใจเสมอไป
ซึ่งข้อมูลที่ลองเขียนมาทั้งหมดเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ของวิธีการที่อาจารย์ Kiyama นำเสนอในเล่มนี้ เพราะทุกวิธีน่าสนใจและน่านำไปปรับใช้เป็นอย่างดี เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการศึกษาการพูดเจรจาและโต้แย้ง
ผู้เขียน: Hirotsugu Kiyama
ผู้แปล: ณัฐพงศ์ ไชยวานิชย์ผล
สำนักพิมพ์: Change+

Leave a comment